Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH
Homeเอ็ม เอ็มApr 19, 2006
" It's not a Bug
   It's a Feature "
สวัสๆ ดีๆ ทุกๆ คนๆ ..
เข้าๆ มาๆ เยี่ยมๆ เยียนๆ
ขีดๆ เขียนๆ เม้นๆ ยาวๆ
ชอบๆ ชมๆ ดีๆ ดาวๆ
อ่านๆ หาวๆ นอนๆ ใดๆ
เพื่อนๆ พี่ๆ หลานๆ น้องๆ
บล็อกๆ ดองๆ ของๆ ผมๆ
ว่างๆ กินๆ เบียร์ๆ ขมๆ
ได้ๆ ชมๆ หลับๆ .. ฝันดี

.. เอ็ม เอ็ม
My Space Blog

Blog EntryNov 26, '10 9:03 AM
for everyone

ย้ายบ้านไป -> Khajochi.com

แบบถาวรครับ

เปิดอ่านบล็อคเก่าๆ ได้เหมือนเดิม ก่อนจะทยอยย้ายไปทีละอันๆ

:)

มือถือเทพมาจุติแล้วววววว
  • iPhone 4 มือถือเทพมาจุติบนโลกมนุษย์ บัดนี้ได้มาถึงเมืองไทยแล้ว !!
  • เปิดตัวพร้อมกัน 3 ค่ายมือถือ เค้าให้ขายวันที่ 24 พี่ไทยก็จัดงาน Count Down กันตอนเที่ยงคืนวันที่ 23 แล้วขายกันวินาทีแรก จนฝรั่งทึ่งในความไทยแลนด์โอนลี่จริงๆ
  • เมืองนอกเค้าให้พนักงานมายืนปรบมือหน้าร้าน แปะๆ .. พี่ไทยจัดเวทียิ่งใหญ่ แสงสีเสียงวูบวาบ ดารา พริ๊ตตี้ ข้าวฟรี น้ำฟรี ติ๋มซำฟรี ปิด Paragon Hall ถ่ายทอดสดให้ชาวโลกได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพี่ไทย ใย ใย ใย (กรุณาเอ๊คโค่ตาม)
  • บางที่สุดในโลก กระจกทนทานที่สุดในโลก สัญญาณห่วยที่สุดรึเปล่า อันนี้ไม่รู้ แต่จับแล้วสัญญาณหดครับพี่จ๊อบ !!
  • จอ Retina Display ชัดเจน ทุกรูขุมขน ลึกลงไปถึงไส้ติ่ง ผมลองเปิดดูวิดีโอเพื่อทดสอบแล้ว หึๆๆๆๆ
  • ชิป A4 รวดเร็วว่องไว สุดยอดในปฐพี แต่เล่น Flash ไม่ได้ พี่แกบอกเดี่ยวเครื่องช้า (ฮ่วย)
  • แรม 512 MB เปิดที 20 โปรแกรมรวดไม่มีสะดุด
  • กล้อง 5 ล้าน คมชัดกว่า ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
  • มีกล้องหน้า ไว้เล่น Facetime คุยแบบเห็นหน้าได้ แต่ตอนนี้ยังหาเพื่อนคุยไม่ได้ซักคน
  • กระจกหน้าหลังลื่นมาก เสียวตก แต่ของเค้าดี ให้ตกได้ 3 ครั้งก่อนจะบุบสลายลาโลกไป
  • ราคาที่เมืองไทย 20,650 บาท ถูกที่สุดในโลก พ่อค้า MBK ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายน้ำ แต่ไอ้คนที่ซื้อตอน 5 หมื่นไม่รู้จะหาปี๊บที่ไหนมาคลุมหัว
  • มุมซ้ายล่าง สัญญาณหาย แต่พี่แกไม่แถม Case มาให้ด้วย จงหาซื้อกันเอง
  • จอแก้วกันรอยแบบที่ใช้บนเฮริค๊อปเตอร์ มีดขูดไม่เป็นรอย แต่อย่าได้ลองทำหล่นจากมือเชียว
  • iOS4 เปิดหลายโปรแกรมสลับไปมาได้ (Multitasking) เทพจริง แต่กินแบตจัง
  • เปิดเครื่องเล่นเงียบๆ คนเดียวไม่ได้ ผิดกฏหมาย ต้องเล่นบนรถไฟฟ้า กลางที่ประชุม หน้าลิฟท์ กลางวงกินข้าว ยกขึ้นมาแล้วชูสูงๆ ให้คนทั้งโลกเห็นว่าข้ามี ข้าเทพ
  • ซื้อมือถือราคาสองหมื่นกว่าบาทได้ แต่ไม่เห็นจะมีใครยอมซื้อโปรแกรมถูกลิขสิทธิ์ตัวละ 30 บาทมาใช้ รอแต่เจล เจล เจล อย่างเดียว
สุดท้าย .. iPhone 4 คือมือถือที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ครับ :)


AIS จัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

True จัดที่ Royal Paragon Hall

Dtac จัดที่ Office ตัวเองจามจุรีสแควร์

แถมวิดีโอ ที่ดูทีไรก็ประทับใจ ว่านี่ไม่ใช่งานปีใหม่แต่เป็นงานที่จัดให้มือถือ 1 เครื่อง 1 รุ่น .. 

MC - ".. สาม .. สอง .. หนึ่ง ... อายยยยยย โฟนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน"



"เราจะรักกันไป จนชั่วฟ้าดินสลาย" .. โอ้โห ฟังแล้วขนลุก ไม่เสี่ยว ไม่ฮี๊ว แต่ดูจริงจังลึกซึ้ง สมกับเป็นคำบอกรักของคนสมัยก่อน

ช่วงนี้หนังไทยเฟื่องฟูมาก เพราะท๊อปฟอร์มกันมาหลายเรื่องติดๆ กัน ไล่ตั้งแต่สิ่งเล็กเล็๋ก, กวนมึนโฮ, น้ำตาลแดง จนมาถึง "ชั่วฟ้าดินสลาย"

ผมเกิดไม่ทันหนังต้นฉบับ 2523 แต่ก็พอจะเคยได้ยินว่าเป็นบทประพันธ์ที่โ่ด่งดังมาก เรียกกันว่า "โศกนาฏกรรมรัก" ซึ่งเนื้อหาของบทประพันธ์ก็ช่างเข้ากับคำนี้จริงๆ มันเศร้า ซึ้ง โศกจับจิต ชนิดออกจากโรงมาแล้วภาพยังติดตา อารมณ์ยังติดอยู่ในใจ

ชั่วฟ้าดินสลายฉบับ 2553 กำกับโดยหม่อมน้อย ได้พระเอกแห่งสยามประเทศ อนันดา คู่กับพลอย เฌอมาลย์ ที่ทั้งคู่ไม่ได้แค่แสดงแต่ร่วมผลิตและกำกับด้วย[Spoil]
  • คุณจะไม่ได้เห็น นมพลอย เต็มๆ แค่โฉบไปเฉี่ยวมา เดินในป่าก็มีกล้วยไม้มาบัง เถาวัลย์มาปิด
  • แต่คุณจะได้เห็น ก้นอนันดา ใหญ่ขนาดครึ่งจอภาพยนต์กว้างคูณยาว โชคดีที่ไม่ใช่จอ IMAX ไม่งั้นจะได้เห็นก้นอนันดาขนาดเท่าตึก 3 ชั้น
  • หนังโปรโมทตัวเองว่าเป็น Erotic แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มันคือดราม่าเต็มๆ
  • ไม่น่าเชื่อว่าหนังได้เรต 15+ ซึ่งเป็นเรตเดียวกับกวนมึนโฮ
  • ฉากวับๆ แวมๆ มีเพียง 1% ของหนังทั้งเรื่อง เพราะงั้นถ้ากะเข้าไปดูฉากอย่างว่า คุณจะมีอีก 99% ที่ไม่คิดว่าจะได้ดู
  • หม่อมน้อยบอกว่าเป็นบทประพันธ์ที่ผู้กำกับทั่วประเทศอยากทำเป็นหนัง โชคดีที่เสี่ยเจียงเลือกเองทั้งผู้กำกับ และนักแสดง
  • หนังดราม่ามาก สุข เศร้า รันทดชีวิต บัดซบความรัก และจบแบบโศก สมชื่อ โศกนาฏกรรมรัก
  • พลอยแสดงดีมาก และ เธอจะได้ตุ๊กตาทองปีนี้
  • อนันดานอกจากตูดจะใหญ่แล้ว ก็แสดงดีเช่นกัน
  • ภาพสวย เพลงเพราะ เสียงเจนิเฟอร์คิ้ม เล่นเอาเคลิ้ม
  • ไม่ปรากฏโฆษณาเป๊บซี่หรือเมืองไทยประกันชีวิตในหนัง คาดว่าใช้ทุนค่ายล้วนๆ (ถ้ามีคงตลก)
  • ความรักคืออะไร ? เราจะรักใครจนชั่วฟ้าดินสลายได้จริงรึเปล่า ?
  • หม่อมน้อยบอกอยากให้คนได้ดูแล้วเป็น กระจกส่องรัก กลับไป ให้ลองคิดถึงตัวเอง
  • ซึ่งมันก็ได้ผลอย่างที่ท่านอยากได้จริงๆ เป็นหนังที่ได้แง่คิดมากกว่าความบันเทิง
  • สุดท้ายมนุษย์ทุกคนก็คิดถึงเพียงตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใด
ออกมาจากโรงด้วยความรู้สึกเศร้าค้างๆ แต่ก็เป็นหนังที่ดีมากจริงๆ แนะนำให้ดู

เพิ่มเติม : รู้สึกว่าช่วงหลังหนังไทยจะเน้นที่การแสดงของฝ่ายหญิงเป็นหลัก ไม่รู้ทำไม อันนี้สังเกตุเอง ..

รถไฟฟ้าฯ - พี่เคนคอยหล่ออย่างเดียว คริสเล่นดีโคตร
สิ่งเล็กเล็ก - มาริโอ้คอยหล่ออย่างเดียว ใบเฟิร์นเล่นดีโคตร
กวนมึนโฮ - เต๋อคอยด่าอย่างเดียว หนูนาเล่นดีโคตร
น้ำตาลแดง - มีแต่ผู้หญิง แต่แสดงดีโคตรรึเปล่า .. ไม่รู้


หน้าตา น้ำเสียง ได้เลย .. โอ้ววว


ถึงจะแอบมีชู้กัน แต่ก็รักกัน


ภาพนี้ได้ความหมายมาก


เวลาที่มีความสุข


โอวววววววว


"เธอสองคน จะต้องอยู่ด้วยกันไปจนชั่วฟ้า .. ดินสลาย"



Blog EntrySep 14, '10 11:24 PM
for everyone

ถ้าใครเล่น Twitter วันนี้ (7 กันยายน 2553) จะพบว่ามี Tag ยอดฮิตสองตัวที่ชื่อ #2543 และ #2553 แล้วก็จะแปลกใจกับการนำปีสองปีนี้มาเล่นเป็นมุขกันมากมาย เพื่อเทียบอดีตกับปัจจุบัน

ตัวอย่าง


ส่วนตัวขอเล่นมั้ง


ถ้าจะถือว่าเป็นปรากฏการณ์เล็กๆ ก็น่าจะเรียกได้ ตามประสาประเทศเราที่ชอบตามกระแสกันอยู่แล้ว ผมลองพยายามหาที่มาที่ไปซักพักก็ได้ที่มาที่ไป ที่แบบคิดเองสรุปเองดังนี้

ที่มาอันน่าสงสัย

ถ้าดูตามสถิติแล้ว จะเห็นว่า #2543 และ #2553 นั้นเพิ่งจะเริ่มมีการเล่นกันในวันนี้นี่เอง ช่วงเวลาบ่าย 4 เป็นต้นมา ถ้ามาดูคนแรกที่ใช้ #2543 นั้นจะพบว่าเค้าคือ @kohsija


ซึ่งถ้าดูจากข้อความแล้ว ค่อนข้างจะตีความยากเหลือเกินว่า @kohsija จะเป็นผู้นำเทรนด์ #2543 จริงหรือไม่ ซึ่งการที่จะหาข้อมูลสนับสนุนได้คงต้องอาศัย tools เพื่อหาความสัมพันธ์ #2543


เมื่อดูจากกราฟข้างบนจะเห็นว่า สิ่งที่สัมพันธ์กับ #2543 อย่างมีนัยยะสำคัญคือ #2553 นั่นเอง ซึ่งก็เป็นไปตามที่เราพบเห็นว่ามีการเล่นกันมาตลอด เพียงแต่ไม่ได้ปรากฏชื่อของใครที่มีปริมาณมากพอที่จะเชื่อได้ว่าเป็นผู้สร้างเทรนด์ #2543 จริง

#ทวิต2543

จากนั้นเมื่อลองค้นหาลึกลงไปจะพบว่า จริงๆ แล้วก่อนที่จะมีการใช้ #2543 ในวันนี้ มี tweet ที่น่าสนใจอันหนึ่งของ @hlblb (นักเขียนหนังสือในเครือ a book)


ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ก็มี Tweetple ที่เป็น Big Name นั่นคือ @wongthanong (ผู้ก่อตั้ง a day ไบเบิลเด็กแนว) นำข้อความที่ @hlblb มา retweet ต่อหลายต่อหลายข้อความ


ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ Tag เอาไว้ แต่ก็เป็นการเริ่มต้นสร้างกระแสให้กับประเด็นว่าเกิดอะไรขึ้นในปี 2543 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เมื่อเข้าไปดูช่วงที่ #2543 มีการเพิ่มความนิยมขึ้นอย่างน่าสนใจนั่นคือช่วงเวลา 17.15 - 17.30 นั้น มีการใช้คำว่า 2543 และ 2553 จาก big name หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น @wongthanong , @iannnnn, @suckoja, @rawitat




ทำให้ตอนนี้ดูเหมือน #2543, 2543, [2543] หรือ ทวิต2543 นั้นกลายเป็นประเด็นหมู่ของการเล่นสนุกในวงกว้างไปแล้ว


2543, kohsija, hlblb
2543, 2553, wongthanong

เมื่อลองมาตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่าง #2543, @wongthanong, @hlblb เพื่อหาผู้นำเทรนด์ที่แท้จริง ก็พบว่าทั้ง 3 มีความเกี่ยวข้องกันจริง แต่ไม่ได้เยอะจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นเจ้าของ #2543 ได้จริง ต่างกับตอนที่มีคดีตัดสินยึดทรัพท์ ที่ #judgementday ถูกใช้คู่กับ @suthichai มาโดยตลอดทั้งวัน


แล้วจริงๆ มันคืออะไร ทำไมต้อง 2543, 2553 ?

เมื่อไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูล ก็คงต้องพิสูจน์ด้วยการวิเคราะห์เอาเอง (อาจจะเรียกว่าเดาก็ได้ครับ) โดยเนื่องจากคนที่เริ่มใช้ 2543 คือ @hlblb ซึ่งเป็นนักเขียนในเครือ a day และมีผู้ตามคือ @wongthanong ซึ่งก็เป็นเจ้าของนิตยสาร a day

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่าประเด็นของมันคือเรื่องของ "a day"

เมื่อทดสอบเข้าเว็บของบริษัท DayPoets ก็พบกับโฆษณาที่ทำให้ร้องอ๋อ นั่นคือนิตยสาร a day กำลังจะจัดทำนิตยสารเล่มพิเศษ a day legend เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี a day !!




เมื่อดู ข้อมูลจาก wiki พบว่า a day เล่มแรกออกวางแผงในเดือน กันยายน 2543
และ a day legend นั้นกำลังจะมีการเปิดจองครั้งแรกในวันที่ 9 กันยายน 2553 หรือในอีกสองวันเท่านั้น

สรุปแล้ว การเล่น #2543 และ #2553 นั้นอาจจะเป็นการ tweet เพื่อเล่นกันเองในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับนิตสาร a day โดยภายหลังได้กลายเป็นการเล่นสนุกเพื่อมองย้อนเปรียบเทียบ 10 ปีในประเด็นต่างๆ ไปแทน

หรืออาจจะเป็นการโปรโมท นิตยสาร a day legend เพื่อให้เป็น viral marketing ในอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นไปได้ :D (ยินดีช่วยโปรโมทเต็มที่ ><)


Blog EntrySep 7, '10 11:40 AM
for everyone

"บนทางเดิน แห่งความฝันนี้ อาจไม่มีพรมแดงปูทาง อุปสรรคขวากหนามมากมายเหลือเกิน .."

สำหรับคนที่เรียนปริญญาโทไม่ว่าสาขาไหนก็ตาม จะมีการสอบหนึ่งที่เรียกกันว่า การสอบ Comprehensive หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าสอบ Compre (คอมพรีฯ)

สอบ compre คือการสอบวัดผลรอบสุดท้ายก่อนที่จะเรียนจบไป โดยจะรวมเอาวิชาสำคัญๆ ที่เรียนมา มาออกข้อสอบแบบรวมมิตร ทำรวดเดียวจบ ในกรณีของ Bsd chula คือ 6 วิชารวดภายในเวลา 3 ชั่วโมง
ซึ่งประกอบไปด้วย
  • Object Oriented
  • Advance database
  • Business software requirement
  • Business software design
  • Project management
  • Software Quality Assurance
วิธีวัดผลคือจะมีการจับคู่วิชา เช่น OO กับ Database สองวิชารวมกันต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 50%
ไม่มีให้เกรด มีแค่ผ่านกับไม่ผ่าน .. ซึ่งถือว่าเป็นความกดดันมาก เพราะต้องทำทุกวิชา ข้ามวิชานึงไปไม่ได้ (วิชานึงไม่มีทางได้เต็ม 50% อยู่แล้ว)

ช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงกดดันสุดๆ กันทุกคน แต่จะว่าไปก็สนุกดี อยากจดเอาไว้เพื่อเป็นประสบการณ์
  • ส่วนใหญ่จะเริ่มอ่านกันจริงจังช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบ
  • หลายคนลางานยาวทั้งอาทิตย์กันเลยทีเดียว (สถิติสูงสุดลา 7 วันรวด)
  • ตัวอย่างข้อสอบของรุ่นพี่คือพระเจ้า ช่วยได้มากจริงๆ เพราะอาจารย์ออกคล้ายปีก่อนๆ บางข้อเหมือนเด๊ะ
  • จุดวัดใจคือคู่หูคู่ฮา OO & Database เพราะนอกจากจะยาก ต้อวคิดเยอะ โจทย์ยาวแล้ว ยังเป็นวิชาที่ไถนาตอบไม่ได้อีกด้วย (ผิดคือผิด ไม่มีบรรยาย)
  • ถ้าอ่านหนังสือมาและเรียนได้เกรดไม่น่าเกลียด น่าจะพอทำกันได้เกินครึ่ง
  • แต่จุดสำคัญที่สุดที่ทำให้สอบไม่ผ่านกันคือ "ทำไม่ทัน"
  • แค่อ่านโจทย์ก็ 10 นาทีแล้ว แต่ละวิชาก็มีข้อย่อย 2-5 ข้อ จะทำเสร็จภายใน 30 นาทีได้ยังไง
  • เพราะงั้นนี่คือการสอบวัดความเร็ว ไม่ใช่วัดความเซียน
  • อีกเรื่องคือจะแบกชีทและ text ทุกวิชาเข้าไปได้ยังไง .. แต่นักรบถ้าไม่มีกระบี่คู่กายก็ดูจะออกรบแบบเสี่ยงตายไปหน่อย เพราะงั้นคืนก่อนสอบทุกคนจึงง่วนอยู่กับการ "จัดกระเป๋า"
  • เรื่องสนุกที่สุดในวันสอบคือการดูกระเป๋าของเพื่อนๆ แต่ละคนที่แบกความรู้ตลอดสองปีมากันเพียบ
  • ฮิตสุดก็ถุงผ้า ถุง harrod กระป๋าเป้ .. แต่ที่ฮาสุดคงเป็น กระเป๋า AF ลากไปมา
  • เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากได้ยิน "คุณได้อยู่ต่อครับ !!" เป็นแน่แท้ ฮะๆ
  • ในสนามสอบ เวลาผ่านไปไวมาก ทุกคนต้องทำไปดูนาฬิกาไปตลอดเวลา เสียงเปิดชีทดังพรึ่บพรั่บ เสียงวาง text ดังตู้มต้าม .. ทุกคนเข้าสู่โหมดสปีดนรกแตก
  • แอบมองหน้าอาจารย์ถาวรทีคุมสอบ มองลูกศิษย์ด้วยความอารมณ์ดี แอบยิ้มเป็นระยะๆ ท่าทางมีความสุข ฮะๆ
เป็นครั้งแรกที่ไม่มีใครออกห้องสอบก่อนเวลา ทุกคนออกมาหน้าตาอิดโรย เหมือนเป็นสามชั่วโมงชี้เป็นชี้ตายยังไงยังงั้น .. แต่ก็ยิ้มกันได้ ทุกคนดูเตรียมตัวกันมาดี และมีเรื่องเม๊ากันล้านแปด

จบไปแล้วการสอบวัดใจ เหลืออีกไม่กี่เป้าหมายก็จะเรียนจบ.โทกันแล้ว

สู้เค้า !! BSD3EX ผ่านยกห้อง !!

ปล. บล็อคนี้ทดสอบเขียนทั้งหมดบน iPad .. สงสัยต่อไปคงได้เขียนบน tablet มากกว่าเดิมเป็นแน่แท้


โต๊ะจีน OO


ช่วยกันเรียนมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

ขอยืมกระเป๋าเพื่อนมาลากหน่อย ฮา

Swensen ฉลองสอบเสร็จ

ต่อด้วยเกะ ฉลองงงงง



[โคตรสปอยล์]
ผมพบว่า มันเป็นไปไม่ได้ถ้าจะรีวิวหนังเรื่อง น้ำตาลแดง โดยไม่สปอยล์ แต่จริงๆ บล็อคนี้ก็สปอยล์ตลอดอยู่แล้ว จนไม่รู้ว่าจะเขียนเตือนไปทำไมเหมือนกัน

ผมเคยได้ยินโปรเจ็คที่ชื่อ น้ำตาลแดง มาตั้งแต่ปีก่อน ที่อ่านจากในหนังสือ Filmax ว่าจะมีการทำหนังอีโรติค 6 เรื่องสั้น มารวมกันเป็นหนังสองเรื่อง งานนี้ควบคุมการสร้างโดยพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่ตั้งใจทำหนังแนวทดลอง ซึ่งไม่ได้เน้นรายได้ แต่เน้นปูทางหนังแนวอีโรติคในเมืองไทย
  • เข้าใจว่าพี่ปรัชญาตั้งใจทำโปรเจ็คนี้เพื่อท้าทายและทดสอบระบบจัดเรตติ้งของเมืองไทย
  • ซึ่งจากที่ดูแล้ว น้ำตาลแดง คงได้ปักหมุดเป็นหลักไมล์ สร้างมาตรฐานในการทดสอบกองเซ็นเซอร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • หนังเรื่องนี้ห่างไกลกับคำว่าหนังโป๊ไปไกลโข
  • นมเต็มจอ ไม่มีเซ็นเซอร์ ไม่มีหมอก
  • นักแสดงหญิงทั้ง 4 คน .. นมใหญ่มากผิดมนุษย์ทั่วไป
  • ได้เรต 18+ มีตรวจบัตรหน้าโรง
  • รอบที่ดู มีคนเยอะหนาตาจนน่าแปลกใจ
  • ส่วนใหญ่มาเป็นคู่และมาเป็นกลุ่ม กว่าครึ่งเป็นน้องๆ นักศึกษา (ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี)
  • ตรงข้ามกับผู้หญิง 5 บาป ที่ส่วนใหญ่มาดูเดี่ยวซะมากกว่า
หนังแบ่งเป็น 1 เรื่องนำ และ 3 เรื่องย่อยข้างใน เข้าใจว่าคนที่เข้ามาอ่านส่วนใหญ่ไม่คิดจะไปดูเรื่องนี้ ก็ขอเล่าเนื้อหาไปด้วยเผื่อจะนึกภาพออก


บทนำ
: โอเด็ต เฮนเรียต แจ็คโคมิน

หญิงสาวมีปัญหากับสามีที่แต่งกันมา 10 ปี (สามีไปมีอะไรกับคนอื่นไปทั่ว) เลยไปพักใจที่บังกะโลริมทะเลแห่งหนึ่ง แล้วก็พบกับชายหนุ่มเจ้าหน้าที่ดูแลที่พัก ที่คอยเข้ามาซ่อมห้องพักให้ แต่ด้วยความเหงา และอยากทำอะไรประชดสามี เธอก็เลยหลับนอนกับหนุ่มคนนี้ในที่สุด
  • นมโอเด็ตใหญ่มาก
  • ตอนเปิดโชว์นี่ ทั้งโรงร้องฮือกันอย่างไม่ต้องเกรงใจ .. หนึ่งคือแปลกใจ ที่หนังมีให้เห็นนมกันเต็มๆ จอ .. สองคือตกใจที่โอเด็ตช่างกล้า จนต้องร้อง โอววว .. เด็ด !!
  • เป็นหนังนำ ไม่มีอะไรนอกจากพูดเรื่องเซ็กส์กันอย่างเปิดเผย
  • เข้าใจว่าต้องการเปิดใจคนดู ก่อนจะพบกับหนังที่เรียกตัวเองว่าอีโรติค
  • อธิบายนิยามของน้ำตาลแดงคือ .. เป็นเรื่องของรสนิยม เป็นอีกทางเลือกนึง มีรสนุ่ม และกลมกล่อม
  • เป็นตอนที่ห่วยมาก
โสบนเตียง : ครี - พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา, เดอะปั๋ง-ประกาศิต โบสุวรรณ

ปั๋งแสดงเป็นเสี่ยหนุ่มที่หนีเมียกับลูกมามีอะไรกับนักศึกษาสาว (ครี) โดยขับรถพาไปมีอะไรกันหลายต่อหลายที่ ตั้งแต่ริมแม่น้ำในป่า, บนรถในมุมมืด, บนโรงแรม ระหว่างทางก็มีพ่อตาแม่ยายโทรมาหาเป็นระยะ ทำให้รู้สึกผิดต่อลูกเมีย .. แต่ตอนจบหักมุมว่าจริงๆ แล้วครีนั่นแหล่ะ คือเมียของปั๋ง ทั้งคู่แค่ฝากลูกไว้กับพ่อแม่ แล้วก็ไปหาอะไรสนุกๆ กัน
  • หลายคนรอดูเรื่องนี้ เพราะชุดนศ. >////<
  • ฉากมีอะไรกันเยอะมากทั้งตอน ครีแสดงดีมากจนเหมือนว่ามีอะไรกันจริงๆ
  • หักมุมได้ดี ทำให้เรื่องความรู้สึกผิดบาปตลอดเรื่อง กลายเป็นเรื่องดีใปเลย
  • เพราะขึ้นสรุปตอนท้ายว่า เมียที่ดี ต้องเก่งทั้งเรื่องในบ้าน และเรื่องบนเตียง .. โอ้ว !!
  • เล่าเรื่องได้ดีมาก
รักต้องลุ้น : แอ๊นซ์ - ณัฎฐกันย์ อนุมาตรฉิมพลี , กร - จิตติกร สรจันทร์ [หน้าใหม่ทั้งคู่]

สองเด็กหนุ่มสาวหลังเลิกเรียนเสร็จ ชวนกันไปเล่นที่บ้าน แล้วเกิดนึกสนุกเล่นเกมส์กัน ใครแพ้ต้องถอดทีละชิ้น จนสุดท้ายห้ามใจกันไม่ไหวจนมีอะไรกัน แล้วพ่อแม่จอมเหี๊ยบดันกลับมาบ้านพอดี จับได้คาหนังคาเขา

หนังพยายามติสต์ด้วยการให้แสดงไป แล้วอยู่ๆ ก็มีคนมาสั่งเทค !! แล้วทีมงานก็เดินเข้ามาจัดนู่นนี่หน้าตาเฉย .. เข้าใจว่าต้องการแฝงข้อคิดว่า ชีวิตจริงไม่มีเทคอย่างนี้นะ พลาดแล้วพลาดเลย
  • แสดงเป็นธรรมชาติมากทั้งสองคน น่าจะเป็นเรื่องที่แสดงได้ดีที่สุด
  • หนังพยายามจะสอนเด็กๆ ที่ชิงมีอะไรกันก่อนวัย อย่างเรื่องต้องใส่ถุงยางนะ ต้องนึกถึงพ่อแม่นะ
  • มีฉากวัวๆ แวมๆ น้อยที่สุด แต่ดูสนุกดี
  • "ขอจับนมหน่อยดิ" น่าจะเป็นประโยคเด็ดของเรื่องไปแล้ว
แอบมีอะไรกันในบ้านเด็กผู้หญิง

เล่นเกมส์กันไม๊ ?

ปรารถนา : อุ้ม - ลักขณา วัธนวงส์ศิริ

อุ้มแสดงเป็นหมอนวดแผนไทย (นวดเฉยๆ) แล้วแอบชอบหนุ่มเจ้าของร้านสัก (Tattoo) วันนึงหนุ่มเจ้าก็มาขอนวดที่ร้าน หลังนวดเสร็จอุ้มดันมีอารมณ์แอบเข้าไปช่วยตัวเองในห้องน้ำ

หลังจากเสร็จกิจก็เดินลงมาหาหนุ่มเจ้าของร้าน เพื่อขอสักที่ตัว .. แต่บริเวณที่ขอสัก ไม่ใช่แขน ขา หลัง แต่เป็น .. สักจิมิ๊ (เฮือกกก กันทั้งโรง) >////<
  • ฉากอุ้มช่วยตัวเองเป็น long take ความยาว 10 นาที ซึ่งก็แสดงได้ดีมากจนเหมือนช่วยตัวเองจริงๆ
  • แต่แอบเห็นหลายคนทำท่าเบื่อว่าจะนานไปไหนฟะ
  • ตอนที่อุ้มขอสักจิมิ๊ เธอค่อยๆ ถอดผ้าออกทีละชิ้น ทีละชิ้น .. จนเห็นขน !! ... หนุ่มเจ้าก็เอามีดโกนออกมา แล้วก็ทำการโกนขน !! (เฮือกกกก)
  • เป็นฉากเด็ด ฉากสุดแรงและน่าจะเป็นตำนานของหนังอีโรติคไทยไปเลย
  • เป็นตอนที่แรงและอาร์ตที่สุด หลายคนดูแล้วงง
  • เห็นแรงอย่างนี้ แต่ผู้กำกับเป็นผู้หญิงนะ (กิตติยาภรณ์ กลางสุรินทร์) .. แต่จะว่าไปถ้าเป็นผู้ชายอาจจะไม่กล้าแรงขนาดนี้ก็ได้
  • ไม่มีฉากร่วมเพศเลย แต่คงมีคนพูดถึงกันเยอะแน่นอน
นวดจริงจังมาก

ฉากโกนจิมิ๊ในตำนาน

ผู้กำกับหญิง

สรุป .. น้ำตาลแดงเป็นหนังที่ดีมากเรื่องนึง แค่ดูก็รู้ว่าตั้งใจทำกันมากกว่าหนังโป๊กากๆ อย่างผู้หญิง 5 บาปล้านเท่า แล้วก็ยังแทรกข้อคิดเรื่องเซ็กส์เอาไว้เยอะมาก ซึ่งก็น่าแปลกใจเหมือนกันว่าดูหนังไทยมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยได้ยินข้อคิดพวกนี้แทรกในหนังไทยมาก่อน

แต่ด้วยความที่เป็นหนังติสต์พอสมควร ใครจะไปดู ควรเผื่อใจไว้ไม่ใช่หนังเพื่อความบันเทิงคิดว่าคงไปดูภาคต่ออีก 3 เรื่องแน่นอน


หนังเล็กๆ แต่เรียกคำชมและกระแสบอกต่อจนน่าจะเป็น Surprise ประจำปีไปแล้ว สำหรับ "สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก" ที่มีชื่อภาษาอังกฤษแบบกำปั้นทุบดินว่า "A Little Thing Called LOVE"

เนื่องจากไปดูเรื่องนี้หลังจากดู "กวน มึน โฮ" มาแล้ว แน่นอนว่ายังสลัดภาพไม่ออกนัก แต่โชคดีที่เป็นหนังรักคนละวัย มาดูรักใสๆ ของเด็กๆ ก็ทำให้ย้อนนึกถึงสมัยหนุ่มๆ ได้ดีเหมือนกันนะ
  • ยอมรับว่าโชน (มาริโอ้) โคตรหล่อจริงๆ สมกับที่สาวกรี๊ดทั้งโรงเรียน
  • แต่ท๊อปเพื่อนโชนนี่หน้ากระเหรี่ยงมาก แถมจีบดะ หล่อตรงไหนฟะ
  • URL ของเว็บแปลกที่สุดในโลก เพราะเป็นภาษาไทย (พิมพ์แบบนี้เลยนะ) -> http://www.สิ่งเล็กเล็ก.com
  • น้ำเป็นเด็กผู้หญิง ที่มีประสบการณ์เดียวกับเด็กผู้หญิง 99.99% ในประเทศนี้เคยประสบมา .. คือ "แอบรักรุ่นพี่"
  • ชอบอารมณ์แอบรักในหนังมาก มันดูสดใส มีแรงใจ ทำให้เรากล้าทำในสิ่งดีๆ มากมายออกมา เหมือนอย่างที่หนังบอก .. เธอคือแรงบันดาลใจให้กับฉัน (Inspiration)
  • น้ำได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ขยันเรียน, แสดงละคร, เป็นดรัมเมเยอร์
  • สามารถเปลี่ยนสาวหน้าใสอย่างน้องใบเฟิร์นให้หน้าปลวกขนาดนั้นได้ เก่งจริงๆ 55
  • มีฉากน่ารักๆ มากมายเต็มไปหมด ที่หลายคนแถวนี้น่าจะเคยทำกันครบถ้วน .. แอบทำตามหนังสือรัก, แอบเก็บของเค้าไว้ตลอด, แกล้งเดินผ่านหน้าห้องขอแค่ได้มอง, เพื่อนจอมยุ
  • ว่าแต่วิธีบอกรักตรงๆ ตอนวันเรียนจบนี่ ออกแนวสู้ตายถวายชีวีไปหน่อยนะ โอกาสตกน้ำตามชื่อนางเอกมีสูงลิบ
  • ตอนจบออกแนวงงๆ เล็กน้อย ปรับสภาพไม่ทัน แต่ก็น่ารักดี
  • ประโยคโดนๆ ก็เยอะเช่นกัน ..
  • "พี่เป็นแรงบันดาลใจให้น้ำนะคะ"
  • "พี่โชนเค้าจำชื่อเราได้ด้วยๆๆๆๆๆๆๆๆ"
  • "วันนี้พี่เค้าถือกระเป๋าให้เราด้วยล่ะ" [แต่อยู่บนหลังอีกคนนึงอยู่]
  • "อยากบอกว่าน้ำทำสำเร็จตั้งแต่ต้นแล้ว..."
เป็นหนังที่น่ารักและโดนใจมากๆ หลายคนมีประสบการณ์ร่วมเหล่านี้มากันถ้วนหน้าเชื่อแล้วว่า "รักไม่ต้องการเวลา" จริงๆ

"ได้ยินไหม หัวใจฉัน .. มันกำลังบอกรัก รักเธออยู่ ... "


วิธีบอกรักของแต่ละประเทศ (เอามาจากเว็บ)

เดินผ่านไปแบบไม่พูดจาซักคำ .. แต่แอบยิ้ม

เพื่อนฝากมาให้ (โกหก)

เป็นปลวกที่สวยมาก

ใจดี ใจหล่อ ใจกว้าง แต่ไม่เคยรู้จักใจตัวเอง .. จึ๊ก จึ๊ก จึ๊ก

กรี๊ดดดดด

สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก


Blog EntryAug 26, '10 4:56 AM
for everyone

สำหรับผม "กวน มึน โฮ" เป็นหนังประเภท "ต้องดู" ตั้งแต่ยังไม่เข้า ..​ เป็นหนังค่ายขวัญใจอย่าง GTH, นางเอกน่ารัก, เกาหลี, หนังรัก, กระแสอย่างแรง และชอบไอเดียหนัง\

เนื่องจากคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าต้องอินจัดแน่นอน เลยขอลงทุนจองตั๋วล่วงหน้า 4 ใบ เพื่อให้ได้ตุ๊กตา กวน มึน โฮ Limited Edition แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการดูหนังตั้งแต่วันแรก รอบ 22.40 คือดึกขนาดชวนใครก็ไม่มีใครไปดูด้วย

แต่เพื่อตุ๊กตาหายากอย่างนี้ เราทำได้เสมอ (ฮา)
  • แอบแปลกใจที่ติดเรท 15+ ในทีแรก แต่ก็น่าจะโดนเรื่องภาษากับเหล้า
  • หนูนาโคตรน่ารัก ดูแล้วเคลิ้ม
  • ยังไม่ปรากฏว่าสาวๆ คนไหนเคลิ้มหรือเพ้อถึงเต๋อ (ฮา)
  • เต๋อเขียนบทเองแสดงเอง เก่งมากๆ อนาคตรุ่งแน่นอน
  • หนังตั้งใจไม่บอกชื่อไปหน่อย หลายฉากเลยเป็นการถามชื่อและไม่ตอบกันหลายที ย้ำเยอะไปนิดนึงว่าจะไม่บอกชื่อนะ
  • แต่โดนใจประเด็นที่พอเราไม่รู้จักกันทำให้กล้าเล่าเรื่องให้ฟังได้ทุกเรื่อง
  • ฉากบนลานหิมะ ดูแล้วเข้าใจเลย อารมณ์นั้น จังหวะนั้น .. มันก็ต้อง .. อร๊ายยย >////<
  • ฉลาดมากที่ไม่ขายเกาหลีมากจนเกินงาม
  • จริงๆ แล้วคือหนังไทย 100% เลยนะ แค่ไปถ่ายในเกาหลีเป็นฉากหลัง
  • ถ้าอ่านฉบับการ์ตูน จะเข้าใจนางเอกและพระเอกมากขึ้นถึงความหลังกับแฟนเก่า
  • ประโยคโดนๆ เยอะเลย
  • "กูจะแรดแล้วโว้ยยยยย"
  • "ชาง กรู ยู ไน"
  • "ผมรู้แต่ว่า เวลาอยู่กับคุณแล้ว ผมโคตรมีความสุข ..​ อย่างนี้มันเรียกว่ารักรึเปล่า"
  • "คุณชอบข้าวมื้อไหนที่สุด" "มื้อนี้"
  • "ฉันก็ต้องเลือกแต่งกับคนที่ฉันรักสิ"
  • "พอเถอะ .. คุณไม่สงสารชั้นเหรอ"
  • "เมื่อปีที่แล้ว ผมได้ไปเที่ยวเกาหลี และผมได้เจอผู้หญิงคนหนึ่ง ... และผมคิดว่า เหมือนผมจะรักเธอ"
ผู้กำกับได้แรงบรรดาลใจจากหนังสือ "สองเงาในเกาหลี" ของทรงกลด บางยี่ขัน (บก. aday) .. ว่าแล้วเลยซื้อมาอ่านทันที (หาซื้อยากมาก อาจเพราะเปลี่ยนปกเป็นรุ่นกวน มึน โฮ)

หนังสืออ่านสนุก คมคาย โรแมนติคสุดๆ และได้แรงบรรดาลใจมากมาย

อ้อ .. ถ้าใครอยากรู้ชื่อนางเอก คิดว่าชื่อ "พิณ" จากในหนังสือน่าจะเหมาะสุด

บางทีถึงแม้จะเป็นแค่เวลาสั้นๆ แต่มันก็เป็นเวลาที่มีค่ามากมายเหลือเกินในความทรงจำสรุปคือชอบมากถึงมากที่สุด โดนมากๆ เลย

"ฉันคิดว่ารักมันคือความผูกพัน .. "

หนูนา โคตรน่ารัก

"ยินดีที่ไม่รู้จัก"

"เวลาอยู่กับคุณ ผมโคตรมีความสุขเลย ..."

"อย่างนี้มันเรียกว่ารักรึเปล่า ?"

เสื้อ Levi กวน มึน โฮ Collection .. ขายหมด เหลือแต่ size XXL

ตุ๊กตา กวน มุน โฮ Limited Edition .. น่าร๊ากกก

แรงบันดาลใจของภาพยนต์เรื่อง กวน มึน โฮ


Blog EntryAug 23, '10 12:40 PM
for everyone
การ์ตูนเรื่องที่รอดูมานานกว่า 10 ปีในที่สุดก็ได้มาขึ้นจอใหญ่แล้ว แน่นอนไม่พลาดที่จะไปชมพร้อมด้วยความไฮโซกับ IMAX 3D

จริงๆ Toy Story 3 ควรจะออกมาตั้งแต่หลายปีก่อนเพราะ Disney เล่นการเมืองภายใน แล้วดึงหนังไปทำเอง แต่ทำออกมาแล้วห่วยจัดจน Pixar ทนไม่ไหว เลยต้องเล่นการเมืองกลับจนโครงการนั้นล้มเลิกไป และก็ตกมาอยู่ในมือ Pixar อีกครั้ง

[Spoil ต่อไปจะไม่บอกละ เพราะทุกครั้งก็ Spoil อยู่แล้ว]
  • ตั๋ว IMAX แถวกลางๆ ราคา 300 บาท เฮือก !!
  • ดูแบบ 3 มิติก็ได้ประสบการณ์ที่ดีในหลายๆ ฉาก เพราะหนังมีลูกเล่นด้านมิติเพิ่มเข้ามาเยอะ
  • แต่โดยสรุปไม่ต้องดู 3 มิติก็ได้เรื่องนะ
  • ฉากโชว์พาวคือฉากเปิดตัวหนัง ที่ตัดต่อฉับไว ภาพอลังการ
  • ไม่จำเป็นต้องดูภาค 1 กับ 2 มาก่อนเลย คนเขียนบททำการบ้านมาดีมาก
  • ภาคนี้ไม่ค่อยตลกเท่าภาคก่อนๆ แต่ถึงเวลาขำ ก็ขำเอามากๆ เลยด้วย
  • เน้นความเป็นผู้นำของวู้ดดี้มากขึ้น ความเป็นเพื่อนของกลุ่มของเล่นมากขึ้น เฉลี่ยบทกันได้ดี
  • ภาคก่อนๆ ตัวร้ายจะเป็นคน ภาคนี้ตัวร้ายเป็นของเล่น
  • แอนดี้ใช้ Macbook และเปิด iTunes ตอนอยู่ในห้อง
  • ตอนค้นหาบ้านของแอนดี้ ใช้ Safari บน iMac
  • ฉากที่กำลังจะโดนเผา แล้วทุกคนจับมือกัน ซึ้งใจมาก ><
  • แต่ก็ไม่เท่าตอนแอนดี้บอกลอของเล่นของเค้า ซึ้งใจกว่าสุดๆ >___<
สรุปแล้ว Perfect มาก 5/5 เลย เป็นหนึ่งในหนัง ต้องดู ของปีนี้

Macbook, OSX, iMac and Safari


ผมไปดูบุญชูภาคที่ 10 นี้ด้วยเหตุผลสองอย่าง

อย่างแรกเลยคือนางเอกน่ารัก (มาก) [ น้องจีน เกล้าแก้ว ]

อีกเหตุผลคือ นี่น่าจะเป็นบุญชู ภาคสุดท้าย แล้ว เนื่องจาก อา.บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ผู้เขียนบทและกำกับบุญชูมาตั้งแต่ภาคแรกได้เสียไปอย่างกระทันหันตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ทั้งที่เขียนบทบุญชู 10 ค้างเอาไว้ สุดท้ายทาง Five Star เลยส่งให้ซูโม่กิ๊กมากำกับหนังเรื่องนี้แทน เพื่อทำหนังของอา.บัณฆิต ให้จบให้จงได้[Spoil]
  • บุญชูทุกภาค บทพูดและมุขจะตรงกับบทมาก เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าเปลี่ยนผู้กำกับ ก็ยังได้อารมณ์บุญชูอยู่ดี
  • แอบแปลกใจที่เปลี่ยนนางเอก (คู่รักของลูกบุญชู) ใหม่ แต่ดีใจเพราะน้องจีนน่ารักกว่าสายป่านร้อยเท่า
  • อาจจะเพราะสายป่านแสดงเป็นลูกของนรา ก็เลยน่าจะเปลี่ยนคู่ได้ไม่แปลก
  • หนังกลับมาเป็นเรื่องของบุญชูอีกครั้ง ไม่ได้เน้นรุ่นลูกมากจนเกินไป
  • เวลาเห็นนักแสดงรุ่นตำนานของบุญชูมารวมตัวกันครบ ดูแล้วรู้สึกอมยิ้มและมีความสุข
  • "ภาพยนต์นี้ถ่ายทำด้วยระบบ 3D แต่ฉายแค่ 2D" มุขนี้ฝรั่งยอมแพ้ (ฮา)
  • "เลิกเรียกเราว่าคุณก็ได้" , "อ๋อ ..​พอดีพ่อเราก็เรียกแม่เราว่าคุณมาตลอดน่ะจ๊า" #Hewww
  • ฉากบุญชูโดนยิงตอนจบ ถึงจะรู้ว่ายังไงบุญชูก็ไม่ตายหรอก แต่พอภาพตัดมาให้เห็นบุญชูกับโมลี ตั้งแต่ภาคแรก ตอนรักกัน เป็นแฟนกัน มีลูกคนแรก .. ซึ้ง น้ำตาไหล
  • เพราะรู้ว่ามันไม่ได้หมายถึงแค่บุญชู แต่หมายถึงอีกคนนึงที่จากไปแล้ว และไม่มีวันกลับ
  • สรุปแล้วหนังสนุกมาก 4/5 ขอแนะนำให้ไปดู ก่อนที่จะไม่ได้ดูบุญชูในโรงหนังอีก
ส่วนตัวอยากให้มีคนมาทำเรื่องบุญชูต่ออีกเรื่อยๆ แต่อย่างที่นักแสดงหลายคนออกมาบอกว่า ถ้าไม่ใช่อา.บัณฑิต ก็คงจะไม่กลับมาแสดงอีก

สรุปแล้วเชื่อว่าบุญชู .. จะอยู่ในใจเสมอ (จริงๆ)


Chrome เทพ !!

พบเห็นข่าวงานนี้จาก Tweet ของ @molek ด้วยความบังเอิญ เห็บปุ๊บกดสมัครผ่านมือถือทันทีเพราะเหลือที่ว่างน้อยแล้ว (ขอบคุณที่ใช้ iPhone และ Dtac ที่เน็ตเร็วใช้ได้)

สารภาพตามตรงว่าไม่รู้ว่าเป็นงานอะไร รู้แต่ว่ากูเกิลจัด ก็เตรียมไปนั่งฟังแล้วก็มาเขียนบล็อคขำๆ คิดว่าฟังๆ แล้วก็จบไม่น่ามีอะไรมาก

แต่ผิดคาด คืองานนี้กูเกิลประเทศไทยจัดงานได้ดีมาก ของแถมเพียบ งานสนุก เป็นกันเอง มีข้าวเย็นเลี้ยงเป็นอาหารญี่ปุ่น .. เลี้ยงดีซะจนต้องขอกลับมาเขียนบล็อคช่วยเชียร์ (แต่ถ้าได้ bean bag ด้วยจะดีมาก lol)
  • กูเกิลเปิดตัว Chrome เวอร์ชันภาษาไทย คือเมนูไทย, help ไทย, คำสั่งทั้งหมดเป็นภาษาไทย .. อันนี้ธรรมดามาก
  • แต่ที่เจ๋งคือ เปิดตัวพร้อม extension ไทยๆ อย่าง Tarad.com, MovieSeer, KBank, Sanook
  • เจ็งกว่า คือมี Theme ไทยๆ ออกแบบโดยคนไทย อย่างพี่โต้ชีริก, B.Boy (ของพี่บอยโกสิท), อ.เฉลิมชัย
  • ถือว่ากูเกิลทำการบ้านมาดีน่าชมเชย ไม่ใช่แค่มาบอกว่าเราทำภาษาไทยแล้วนะ จบไป
  • งานจัดที่ True Digital Gateway ชั้น 4 สถานที่กำลังพอดี แต่แอบเห็นข้างหลังคุยกันเสียงดังหน่อยเพราะหลุด Focus ของหน้างาน
  • Net True ที่ Digital Gateway เป็นแบบ Super Ultra Speed คือเร็วนรกแตกมาก (84 Mbps)
  • ทีมงาน Duecore.tv ช่วยทำ organize งานได้ดี อะไรๆ ก็ Chrome ไปหมดดี
  • นั่งทวีตด้วย iPad แอบเห็นคนมองเพียบ แต่ไม่ได้มีอาการหมั่นไส้นะ (คงเห็นเป็นของแปลก)
  • เนื่องจากเป็น Geek ที่ไม่ค่อยได้ออกงาน เลยเพิ่งได้เจอเซเล็บ Geek หลายคนในงานเป็นครั้งแรก
  • ได้ของแถมเพียบ แฟ้ม, ปากกา, โยโย่ห้อยคอ และที่สำคัญ ได้เสื้อฟรีมาตัวนึง
  • เลี้ยงข้าวเย็นด้วยนะ เป็นอาหารญี่ปุ่นกล่องนึง (แต่ไม่อิ่ม)
ด้วยความที่เลี้ยงดี แจกไม่อั้น เลยขอเชียร์ออกนอกหน้าหน่อย (ใครว่า blogger เป็นกลาง ><)

"Chrome ไทย เจ๋งโคตร ใช้แล้วเมพ เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ .. ขอร่วมชาบูชาบู"


(/-_-)/


คำแนะนำระหว่างรอ .. จะใส่ tag html ไปทำไมมิทราบ

เสื้อฟรี !!

Bean Bag Chrome (ตอนท้ายถูกแจกไปหมดเกลี้ยง)

น้ำ Chrome .. อร่อยนะขอบอก

ป้ายแสดงผลงานออกแบบ Theme ไทยๆ

บรรยากาศหน้างาน

ของว่าง

โดนัท Chrome

เบ็นโตะ .. ลงทุนจริงๆ

อร่อยมาก โซ้ยหมดเกลี้ยง ไม่มีอาย 55

ช่วงงาน

พี่อ้อ พรทิพย์ กองชุน พนักงานเพียงคนเดียวของกูเกิลประเทศไทย

โชว์เน็ตทรูเร็วมาก

แจก Bean Bag Chrome ด้วย !! อิจฉาโคตรๆ แต่ตอบคำถามไม่ถูก



ไม่ว่าจะเรียนม.ปลาย ป.ตรี หรือ ป.โท งานนึงที่ขาดไม่ได้ต้องทำคือการสร้าง Diagram ทั้งหลายไล่ตั้งแต่ทำ Network Diagram , UML , Class Diagram หรือแม้แต่ทำ Mockup หน้า UI

ด้วยความไม่ชอบ Visio เป็นทุนเดิม เลยหาโปรแกรมมาใช้ฟรี คิดว่าคงหาได้ไม่ยาก ซึ่งก็หาไม่ยากจริงๆ แต่ดันเป็นโปรแกรมลงบนวินโดวส์ซะเกือบหมด หาไปหามัน ไปเจอ Tools ตัวนึงซึ่งเจ๋งโคตรจนต้องเอามาแชร์

ชื่อเทพองค์นี้คือ Cacoo โปรแกรมวาด Diagram ทั้งหลาย แต่ทั้งหมดทำบนเว็บ ไม่ต้องลงบนเครื่อง (Flash จงเจริญ)

  • UI ใช้ง่าย ถึงง่ายที่สุด ใช้เวลาเรียนรู้ไม่เกิน 15 นาที (ถ้าเคยใช้ Visio มาก่อน)
  • มีให้ทำได้เกือบครบ ตั้งแต่ Network, UML, Class, Web UI ไปจนถึงทำ Floor Plan สำหรับสร้างตึก
  • ที่เจ๋งคือมี Undo (หลายเว็บตกม้าตายเพราะไม่มี)
  • ที่เจ๋งโคตรคือวาดพร้อมกันหลายๆ คนได้ มี Chat ให้ด้วย
  • ข้อเสียก็มี คือออกอาการช้า ถ้าวาดอะไรที่ซับซ้อนมากๆ
  • กิน CPU ใช้ได้เลย
  • แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็หมดไป เพราะมันให้ใช้ฟรี ทีแรกนึกว่าใช้ได้นิดๆ หน่อยๆ แล้วก็จ่ายตังค์ แต่เออ มันฟรีจริงทั้งหมดเลย
ถ้ามีโอกาสจะไปใช้บริการอีก เสียดายเพิ่งมาเจอเอาตอนเรียนจะจบแล้ว
Link - Cacoo


หน้าจอใช้งาน ให้อารมณ์ Mac มากกว่า Visio

มีรูปให้ใช้เยอะพอสมควร

ลองวาด Class Diagram เล่น (แต่ความรักไม่ใช่ Object)

ผลงานทำ Mockup Web ไปส่งอาจารย์ สวยชิมิ (2 ชั่วโมงครึ่ง)

Blog EntryJul 26, '10 10:36 AM
for everyone

เพิ่งเห็นว่าบล็อคของตัวเองขึ้นอันดับต้นๆ เวลา Search ด้วยคำว่า "BSD Chula" ไหนๆ ก็เรียนมาถึงเทอมสุดท้ายแล้ว และคิดว่าน้องๆ ในรุ่นต่อไปถ้าจะมาเรียนในบ้านหลังนี้เหมือนๆ กัน ก็น่าจะหาข้อมูลก่อน เลยขอแนะนำและแนะแนวหลักสูตรที่ร่ำเรียนมากว่าสองปีหน่อยนะครับ (ไม่มีเชียร์เกินเหตุแน่นอน)

:: หลักสูตร ::
  • ชื่อหลักสูตรเต็มๆ คือ Business Software Development 
  • เรียกย่อๆ ว่า BSD Chula
  • จนถึงตอนนี้เพิ่งมีมาได้ 8 รุ่นในเวลาราชการและ 4 รุ่นภาคนอกเวลาราชการ (เรีบกว่ารุ่น EX)
  • ภาคในเวลาจะมีคนเรียนประมาณ 10-15 คน น้อยกว่าภาคนอกเวลาที่มีประมาณ 30 คน
  • ค่าเทอมไม่น่าเกิน 190,000 ตลอดหลักสูตร ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับหลักสูตรอื่นๆ ในจุฬา (MIS ~260k , MBA Young ~300k, MBA Exc ~500k)
  • มีดูงานต่างจังหวัดปีละครั้ง จัดควบไปกับกิจกรรมรับน้อง
  • เหมาะสำหรับคนที่ทำงานสายไอทีและต้องการรู้อะไรให้กว้างขึ้น
  • เป็นหลักสูตรที่อยู่ตรงกลางระหว่าง MIS กับ Com Sci
  • คือครึ่งนึงจะเน้นการทำซอฟท์แวร์ แต่อีกครึ่งนึงจะเน้นการบริการโครงการ
  • สอบเข้าเน้น Logic, Programming, Network, Database
  • จะจบได้ ต้องทำซอฟท์แวร์หนึ่งตัว ที่เอาไปขายให้บริษัทแล้วมีคนอยากซื้อใช้
  • จบโดยเฉลี่ยที่ 2.5 - 4 ปี แทบจะไม่มีคนจบ 2 ปีเลย
  • ควรจะเขียนโปรแกรมเป็นบ้าง ถ้าอยากจบเร็วๆ
ห้องสำหรับพรีเซ็นต์งาน (ห้องเชือด)

:: การเรียน, วิชาที่สอน ::
  • ส่วนใหญ่เรียนในห้อง Lecture, มีเรียน Labs 2 วิชา (Advance Database, Data Mining)
  • เรียนตอนหลังเลิกงาน จะมีข้าวกล่องให้กิน ก็จะได้กินข้าวกับเพื่อนๆ ไปพร้อมกัน (หิวก็หิวไปพร้อมกัน)
  • งาน 90% เป็นงานกลุ่ม
  • การบ้านและงานเยอะพอๆ กับหลักสูตร ป.โทที่อื่นๆ
  • มีวิชาที่หาเรียนที่อื่นยากมาก อย่างเช่น Human Computer Interaction (HCI) หรือ Software Quality Assurance (SQA)
  • แต่บางวิชาก็ซ้ำกับที่เคยเรียน ป.ตรี มาบ้าง (ถ้าใครจบสายคอมฯ มา) อย่าง Object Oriented หรือ Advance Database
  • ทุกวิชามี Text Book ภาษาอังกฤษให้ (แต่ละเล่มคุณภาพค่อนข้างดี)
  • ภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ใช้ เรียน สอบ สอบ พรีเซนต์เป็นภาษาไทย แต่คู่มือ ตำราเป็นภาษาอังกฤษ
  • การสอบเกือบทุกวิชาจะให้ Open Book เน้นการประยุกต์ไปใช้งานมากกว่าตอบตามทฤษฎี
  • ตัดเกรดตามกลุ่ม ไม่มีปล่อยเกรด แต่ก็ตัดกันไม่โหดมาก (ยังไม่เจอคนต้องโดนรีไทร์)

ห้องเรียน

:: จะเรียนจบได้ยังไง ::
  • เทอมที่ 3 กับ 4 จะมีเวลาให้ทำ Master Project 
  • เน้นทำซอฟท์แวร์มาตัวนึง (ชื่อหลักสูตรก็บอกอยู่แล้ว)
  • ต้องเป็นซอฟท์แวร์ที่เน้นขายให้ภาคธุรกิจได้ ไม่ใช่โปรแกรมเล็กๆ แบบตอน ป.ตรี
  • มีเวลาหนึ่งปีเต็มก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะไปเริ่มทำกันเทอม 4 มากกว่าเพราะเรียนค่อนข้างหนัก
  • เลยไม่ค่อยมีใครจบภายใน 2 ปีเป๊ะๆ
  • ส่วนที่ยากที่สุดคือการทำ Proposal เพื่อเสนอว่าจะทำโครงการนี้ๆ .. หลักสูตรอื่นอาจจะเน้นให้เสนอมาก่อน แล้วค่อยทำให้เจ๋ง แต่ที่นี่จะเน้นเสนอให้เจ๋ง แล้วทำให้ได้ตามที่เสนอ
กิจกรรมรับน้อง

:: กิจกรรม และอื่นๆ ::
  • เรียนโทแต่ก็มีกิจกรรมให้ทำบ้าง เพื่อไม่ให้เบื่อจนเกินไป
  • ใน 1 ปีก็มีเริ่มจาก รับน้อง, ไหว้ครู, งานปีใหม่, บายเนียร์
  • ที่พิเศษหน่อยคือมีกิจกรรมโยนโบว์ลิ่งประเพณี โยนกันหมดทุกรุ่นทุกภาค
  • ใครอยากมาหาหล่อๆ สวยๆ ที่นี่อาจจะลำบากหน่อย เพราะก็ตามมาตรฐานหล่อสวยในวงการไอทีล่ะนะ
  • ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้มักจะไม่ได้มาจากในห้องเรียน แต่เป็นการได้รู้จากงานกลุ่มมากกว่า
  • เท่าที่สังเกตุ ที่นี่นักศึกษากับอาจารย์จะสนิทกันมากๆ กว่าหลักสูตรอื่นๆ
:: เหมาะกับใคร ::
  • เหมาะกับคนที่ทำงานสายไอทีอยู่แล้ว เช่น Programmer, QA, SA, Consult, Audit
  • จบไปน่าจะอัพสกิลแปลงร่างเป็น PM, SQA, Consult ได้
  • ไม่เหมาะสำหรับใครที่คิดจะมาเรียนเพื่อเปลี่ยนสายงาน เพราะค่อนข้างเน้น Hard Skill
  • ไม่เหมาะกับคนที่อยากเรียนเพื่อให้ได้ปริญญาอีกใบเร็วๆ เพราะจบยากอยู่เหมือนกัน
  • มีตัวอย่างเรื่องธุรกิจให้เรียนเยอะมาก เหมาะกับจับโปรแกรมเมอร์มาเรียนธุรกิจให้มากขึ้น

:: Link ::


[Spoil] 
Inception เป็นหนังเรื่องแรกๆ ในรอบหลายปีที่ตัดสินใจไปดูโดยที่ไม่สนใจเนื้อเรื่องว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร .. รู้แค่กำกับและเขียนบทโดย Christopher Nolan ก็ไปดูละ (ผู้กำกับขวัญใจคนใหม่ จากที่เคยกำกับ Batman: The Dark Knight)
  • จากบทสัมภาษณ์ Nolan ต้องการไม่บอกอะไรคนดูมาก แล้วอยากให้ไปเริ่มรู้เรื่องราวจากในโรงพร้อมๆ กัน
  • ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างงั้น มันอธิบายเป็นคำพูดยากมาก
  • กดซื้อบัตรผ่านเครื่องผิด ดันไปดูโรง Digital ที่ Paragon ค่าตั๋วโดนไปซะ 190 บาท !!
  • คิดในใจ "ถ้าฉายหนังแล้วมีสะดุดนะเมิง มีเรื่องแน่ .. 190 บาท บ่นๆๆๆๆๆ ToT"
  • หนังดี สนุก ซีจีสมบูรณ์แบบ
  • ซับไทยขึ้นมาแว๊บแล้วก็หายไป อ่านไม่ทัน
  • โชคดีที่เคยผ่านประสบการณ์สามรอบอันโหดร้ายจาก Matrix มาแล้ว เลยเข้าใจคอนเซ็ปต์เรื่องนี้ได้ไม่ยาก
  • หนังอธิบายประเด็นซับซ้อนอย่างฝันซ้อนกันหลายชั้นได้เข้าใจง่ายดี
  • 50% ที่ออกจากโรงบอกงงโคตร (โดยเฉพาะสาวๆ)
  • แอบสังเกตุว่าหนุ่มๆ ที่ออกจากโรงจะโชว์พาวว่า "ข้ารู้ ข้าเข้าใจทั้งหมด" เวลาคุยกันข้างนอก
  • น่าจะทำดราม่าเยอะกว่านี้หน่อย เน้น Action เกินไป
  • ขอคารวะ ฉากเมืองพับได้ กับฉากสู้กันแบบไม่มีแรงโน้มถ่วง
  • จบแบบโหดร้ายคนดูไปหน่อย (เชื่อว่าทั้งโรงแช่งให้มันหยุดหมุน)
ได้ประโยคคมๆ มาเยอะมากจากหนัง

"ความรู้สึกผิดบาปในอดีต เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตใจ ไม่สามารถลบมันออกได้"
"จิตใต้สำนึกในแง่บวก ในที่สุดแล้วจะสามารถชนะจิตในแง่ลบได้"

จงคิดบวกสินะ .. อืมๆๆ



update : ไปเจอ infographic ของระดับในหนัง



Blog EntryJul 25, '10 12:40 PM
for everyone

ลองเข้าไปดูหน้า Manage Account ของบัญชีกูเกิลของตัวเอง แล้วเจอภาพที่น่าตกใจ .. อืม สงสัยต้องปันใจไปใช้เจ้าอื่นบ้างซะแล้วสิ

น่ากลัวจริงๆ -_-"

Blog EntryJul 8, '10 5:38 AM
for everyone



Mmu : เขียนโปรแกรมมาหลายปี ประโยคที่ชอบที่สุดตั้งแต่ทำงานมาคืออะไรครับ ?


Mmi : เรื่องที่สนุกที่สุดเวลามีใครบอกว่านี่คือบั๊ก .. คือการได้ตอบกลับไปว่า ..

"เฮ้ย มันไม่ใช่บั๊ก มันเป็น Feature นะเธอว์" 



บั๊กไม่ใช่ดวงดาวที่พราวแสง

ใช่ร้อนแรงดั่งแสงอาทิตย์ส่อง

บั๊กไม่ใช่ภูผาสุดจับจอง

ใยใครมองหาบั๊กกันทำไม ?


ลา ~ ล๊า ล๊า ลา ~*


ปล. บางทีเขียนอะไรไร้สาระก็มีความสุขได้ ^o^





เมื่อ 13 ปีก่อน ที่บ้านกำลังตื่นเต้นกับรถคันใหม่ ซึ่งเป็นรถสปอร์ตที่เท่ห์สุดยอดในยุคนั้น คือ Toyota Celica สีน้ำเงิน 5th Gen .. จริงๆ แล้วที่บ้านก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อรถไปอวดใคร เพียงแต่เพื่อนของท่านแม่ที่ติดหนี้อยู่ ไม่สามารถมาใช้หนี้ได้ เลยขอเอารถมา โปะหนี้ แทน (ซะงั้น)

ถึงจะมาอย่างมิได้ตั้งใจ แต่ก็เป็นที่ตื่นเต้นกันพอสมควร ที่ภายนอกดูโฉบเฉี่ยว รถเตี้ยมากจนต้องนอนขับ และไฟหน้าที่เป็นแบบพับเก็บได้ .. จำได้ว่าวันแรกที่มา ก็นั่งเล่นไฟฟ้นาวื๊บวื๊บ เปิด .. วื๊บวื๊บ ปิด .. เปิด .. ปิด .. กันอยู่นั่นแหล่ะ 55

โชคดีที่ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม. 5 ซึ่งพี่ๆ ก็ไปเรียนกทม. กันหมดแล้ว เลยได้มีโอกาสขับบ่อยครั้ง

จำได้ว่ามีครั้งนึง เป็นอารมณ์ติสต์มาก และเซ็งกับเรื่องอะไรซักอย่าง ก็เลยลงจากบ้าน เสียบกุญแจแล้วขับออกไปคนเดียวตอนตี 1 ... เปิดกระจก แล้วเหยียบให้มิดเกือบ 180 ที่ถนนนอกเมือง เปิดเพลงกระหึ่มรถ .. แบบว่า เศร้าเว้ย วัยรุ่นไทย .. เศร้าได้อีกๆๆๆๆ
(โชคดีที่ไม่มีอุบัติเหตุอะไร)

...

13 ปีผ่านไป จากสุดยอดรถสปอร์ต ก็ค่อยๆ แก่ลงตามอายุ จากที่เคยเหยียบมิด 180 มาเป็นเหยียบนิด 60 .. จนได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "เจ้าเต่า"

ช่วงหลังมานี้ เจ้าเต่า ค่อนข้างจะงอแง .. แอร์ที่เคยเย็นก็มาร้อน เบรคที่เคยเหยียบแล้วหยุด ก็เหยียบแล้วไหล .. จนต้องซ่อมไปหลายหมื่นในเวลาไม่กี่เดือน แต่ก็ยังไม่หายดีเสียที .. สตาร์ตบางทีก็ไม่ติด (บล็อคเก่า : เมื่อเจ้าเต่างอน) .. จนในที่สุึดท่านแม่ก็ลงความเห็นว่า ..

"เราคงต้องขายเจ้าเต่าแล้วล่ะ"

และวันนี้ เจ้าเต่าก็ได้มีเจ้าของใหม่แล้ว .. ซึ่งก็น่าจะดีเพราะเค้าคงเอาเจ้าเต่าไปปรับสภาพให้เช้งกว่าเดิมได้ดีกว่านี้ .. แต่ก็แอบเสียดายและเศร้าพอสมควร .. อะไรที่เคยอยู่กับเรามานาน พอถึงวันที่มันต้องจากไป จะให้ไม่รู้สึกอะไรเลย คงทำไม่ได้

โชคดีนะ "เจ้าเต่า" ถ้ามีโอกาส เราคงได้เจอกันอีก
(โฮกกกก .. ยิ่งเขียนยิ่งคิดถึง T_T)

วันวานยังหวานอยู่

บ๊ายบาย .. แล้วพบกันใหม่นะลูกพ่อ T_T

Blog EntryJun 11, '10 5:58 AM
for everyone


ฟุตบอลโลกครั้งที่ 7 ในชีวิต แต่ตอนเด็กๆ ก็ไม่เคยได้ดูหรอกเพราะทีวียังมาไม่ถึง เคยได้ดูบอลโลกจริงๆ ก็น่าจะครั้งที่อิตาลีเป็นเจ้าภาพปี 1990

ฟุตบอลโลกในความทรงจำมีไม่กี่อย่าง
  • ปี 1994 ภาพแก๊ซซ่าวอลเล่ห์โคตรสวยให้อังกฤษ
  • ปี 1994 ภาพบักโจ้ยิงลูกโทษข้ามคาน
  • ปี 1996 เบ็คแฮมโดนไล่ออก, โอเว่นลากไปยิงอาร์เจน
  • ปี 2002 ใช้อำนาจด้านมืดจัดตารางเชียร์ที่ลาดกระบัง หลบทุกนัดที่อังกฤษเตะ
  • เกาหลีขี้โกงรึเปล่าไม่รู้ แต่ชนะโปแลนด์, โปรตุเกส, อิตาลี และ เสปน
  • ได้ดูอังกฤษที่มีเบ็คแฮม, โอเว่น เจอบลาซิลที่มีพี่โ้ด้น้อย โด้ใหญ่ ริวัลโด้ คาลอส .. เทพมาก ซาบซึ้ง น้ำตาแทบไหล
  • ปี 2006 หลงรักพี่โด้สับแหลก แต่ไปไม่ถึงดาว
  • ซีดานโหม่งมาเตร์ล้มโครม .. โดนใบแดง เดินผ่านถ้วยรางวัล แบบคลาสสิค
สรุปเชียร์แล้วคือเกิดมายังไม่เคยมีทีมที่เชียร์เป็นแชมป์โลกเลย
ปีนี้ก็หลายใจมาก เชียร์หลายทีม ดังนี้

:: อังกฤษ ::
ทำไม : ก็กูเชียร์แมนยู, รักรูนนี่
จะดู : ทุกนัด !!
ทำนาย : เข้ารอบรอง

:: โปรตุเกส ::
ทำไม : รักพี่โด้ไม่เสื่อมคลาย
จะดู : เกือบทุกนัด
ทำนาย : แชมป์โลก !!

:: ญี่ปุ่น ::
ทำไม : รักประเทศนี้
จะดู : เกือบทุกนัด
ทำนาย : ตกรอบแรก

:: เกาหลีใต้ ::
ทำไม : อยากเห็นสาวๆ snsd, wonder girls, brown eye girls มีความสุข
จะดู : เกือบทุกนัด
ทำนาย : เข้ารอบสอง

นอกนั้น ขอฟันธงแบบไม่กลัวเสียหน้าเลยว่า ฟุตบอลโลกคราวนี้ ..
  • โปรตุเกสจะชนะเสปน 1-0 ได้แชมป์โลก !!
  • โด้จะเลี้ยงเดี่ยวเข้าไป ก่อนจะกระดกลูกแล้วฟาดด้วยโด้น้อยเข้าประตูในนาทีที่ 67 (อะไรจะเว่อร์ขนาดนั้น)
  • อังกฤษจะเข้ารอบ 8 ทีม
  • รูนนี่จะเจ็บ (อีกแล้ว)
  • บลาซิลจะตกรอบ 8 ทีม
  • กล้องจะมัวแต่ถ่ายเบ็คแฮม มากกว่าโค้ชทีมชาติ
  • กองเชียร์จะแต่งตัวสีสัน แต่ไม่น่าดูเท่าตอนแข่งที่เกาหลี-ญี่ปุ่น
  • คนจะจำโฆษณา Pepsi ได้มากกว่า Coke ที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ
  • รอบชิงที่บริษัทจะลาเช้าไม่ต่ำกว่า 10 คน
ฟันธง !!

Oh Africa !!


Blog EntryJun 8, '10 12:12 PM
for everyone

ครบรอบวันเกิดปีนี้ ไม่มีอะไรพิเศษ ก็เหมือนวันธรรมดาๆ วันนึง

ช่วงนี้อยากเขียนเรื่องตัวเอง (ก็บล็อคชั้นนิ) ก็เลยลองมานั่งนึกเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง 100 อย่าง ตามหัวข้อข้างล่าง ไว้กลับมาอ่านขำๆ ว่าครั้งนึงตอนอายุเท่านี้ แกเป็นคนแบบนี้อยู่นะ

:: เรื่องทั่วไป - General ::

1. เป็นลูกคนเล็ก แต่ก็ไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองนะ
2. ชอบสีเขียว สมัยเด็กไม่กินโค้กเลย กินแต่น้ำเขียว
3. เจ็บปาก เจ็บคอ คือโรคประจำตัว
4. ชอบนอนดึก แล้วก็ตื่นสายสุดๆ
5. ชอบคำว่า Geek แม้บางทีมันจะดูเป็นแง่ลบ
6. เขินเวลาใครชื่นชม
7. แต่จะขี้โม้ขึ้นมาทันทีถ้าใครบอกหล่อ
8. ขี้ลืม
9. ชอบใส่ชุดซ้ำๆ กินอาหารซ้ำๆ
10. ปีนึงซื้อเสื้อผ้าไม่กี่ตัว
11. จมูกโต(มาก) จนมีคนชอบบอกว่าฝาแฝดพี่โน๊ต
12. ติดเน็ต ติดคอมฯ
13. ไม่ชอบเซ็ตทรงผม
14. ชอบกิน KFC, กาแฟเย็น , ข้าวหมูทอดกระเทียม+ไข่เจียว
15. เข้าใจว่าสมองซีก creative น่าจะใหญ่กว่า logic เยอะ
16. แต่ดันทำงานที่เน้น logic มากกว่า creative
17. แก้สถานการณ์เบื้องหน้าเก่ง หรือเรียกอีกอย่างว่าเอาตัวรอด
18. ตอนเรียนจะไม่เก่ง แต่ตอนสอบจะเก่งมาก
19. "Shit" , "แม่เจ้า" และ "ไอ้เชี่ย" เป็นคำพูดติดปากเวลาตกใจ
20. "Oh .. Shit" เป็นคำพูดติดปากเวลาเจออะไรที่โคตรตกใจ
21. เล่นมุขเสี่ยวขั้นแทพ
22. เวลาถ่ายรูปชอบชูสองนิ้ว หรือแลบลิ้น
23. ผอมมาก กินยังไงก็ไม่อ้วน
24. บ้าดูหนัง เรื่องที่ไม่รู้จักก็ซื้อตั๋วดูได้
25. ชอบฟังเพลงเก่า ยุค 90's
26. กินก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก , มาม่าต้มยำกุ้ง , ไวไวหอยลายผัดฉ่า
27. อยู่ห้องชอบอุ่นอาหารแช่แข็งกิน แล้วคิดว่าตัวเองทำอร่อย
28. สมัยเด็กไม่กินผัก
29. มีอุบัติเหตุตอนเด็ก ทำให้ฟันหน้าถูกถอนหมด เลยพูดออกเสียงไม่ค่อยชัด
30. กินเหล้าเบียร์บ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่
31. บริโภคแต่สินค้าที่มีรูปแอปเปิลแหว่ง
32. แพ้ชุดนักศึกษาหญิง
33. ชอบดูการแสดงสดๆ คอนเสิร์ด หนัง ละคร มากกว่าดูจากแผ่น
34. ชอบอ่านการ์ตูน แต่ไม่ดูการ์ตูนบนทีวี (anime)
35. เคยเรียนเปียโนตอน ป.3 เรียนจนเล่นเพลงโมสาร์ทได้เลยนะ (แต่ตอนนี้อย่าพูดถึง)
36. กินข้าวช้ามากถึงมากที่สุด
37. เริ่มกินอาหารเจเมื่อ 4 ปีก่อน
38. เจบ้างไม่เจบ้าง แต่ก็ลองพยายามดู

:: นิสัยส่วนตัว - Be My Self ::

39. ชอบพูดตรงไปตรงมา
40. แต่แปลกที่เวลาพูดตรงๆ กับใคร มักจะไม่ค่อยมีคนโกรธ
41. บางเวลาชอบทำตัวลึกลับโดยไม่ตั้งใจ
42. ไม่ค่อยกล้าสบตากับใคร
43. ใจอ่อน
44. ใจเย็น
45. ชอบศึกษานิสัยคน จนบางทีรู้มากเกินไป
46. โลกส่วนตัวสูง(มาก)
47. ชอบอยู่คนเดียว
48. บ่อยครั้งที่ไม่เข้าใจตัวเอง
49. ไม่แคร์สื่อ และไม่สนใจคนนินทา
50. รักเพื่อนฝูง รักสถาบัน
51. ชอบวางเป้าหมาย หรือสิ่งที่ต้องการจะทำ
52. แต่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
53. ชอบอ่านหนังสือ อ่านบทความ อ่านข่าว อ่านบล็อค
54. เวลารำคาญใครจะพูดในใจว่า "ช่างมัน"
55. แต่ถ้ารำคาญมากๆ จะเปลี่ยนเป็น "่ช่างแมร่ง"
56. ยิ้มไม่เก่ง จะยิ้มเมื่อมีความสุขจริงๆ
57. สมัยเด็กชอบนอนเปิดไฟ
58. เกลียดการนอนไม่หลับ เลยชอบนอนดึกเพราะจะได้หลับทันทีที่หัวถึงหมอน
59. ถ้าเล่นเกมส์ไหน จะโรคจิตมาก ต้องผ่านทุกด่าน ได้ของทุกชิ้น เก็บแต้มสูงสุด
60. โกรธยาก หายยาก
61. เวลาเมากับไม่เมา นิสัยไม่ค่อยต่างกัน
62. ชอบฟังเพลงอกหักมากกว่าเพลงรัก
63. ปกติขี้ลืมจำอะไรไม่ค่อยได้ เพราะงั้นอะไรที่จำได้จะต้องสำคัญจริงๆ
64. เวลาไม่สบายจะหน้าเหี่ยวผิดปกติ
65. ชอบเกาหัวเวลางงๆ

:: ความรัก - Love is All Around ::

66. แพ้สาวหมวย ทุกประเภท
67. หมวยมากยิ่งแพ้มาก
68. เคยอกหักจริงๆ 2 ครั้ง
69. ขี้งอน ขี้หึง
70. Lady First, ให้เกียรติผู้หญิง
71. ไม่ชอบการผูกมัด
72. ขี้อ้อน
73. ไม่ชอบคนสูงกว่า
74. เวลาเขินมักจะเก๊กหล่อ ไม่ค่อยพูด
75. ชอบดูหนังรัก
76. ไม่ชอบการตามจิก โทรเช็คตลอดเวลา
77. ชอบความโรแมนติค
78. ชอบการเซอร์ไพรส์
79. ชอบดอกกุหลาบสีขาว กับสีชมพู
80. วันวาเลนไทม์ ถ้าได้ช็อคโกแล๊ตจากใครจะปลื้มมาก
81. ไม่ชอบสาวนกแก้วนกขุนทอง
82. เข้าใจว่าการมองตาแต่ไม่ต้องพูดอะไร สื่อความหมายได้มากกว่า
83. แพ้รอยยิ้ม

:: เรื่องลับๆ มิได้เปิดเผย - Secret ::

84. ขี้แย
85. เวลาเดิน ขาซ้ายกับขวาเอียงเข้าหากัน
86. เกลียดตุ๊ด
87. เกลียดเด็ก
88. ชอบชักช้าช่วงแรก แล้วมาปั่นตอนท้าย
89. แอบหาอะไรทำเสมอๆ
90. ชอบยึดติดกับอดีต
91. ไม่กล้าดูหนังบางเรื่องเกี่ยวกับอดีต เพราะกลัวรู้สึกไม่ดี อย่างแฟนฉัน หรือ The Classic

:: โหมดติสต์ - I'm Tiss ::

92. เงียบ
93. ไม่ได้ยินเสียงใคร อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว
94. แอบดีใจถ้ามีคนเข้ามาคุยด้วย (แต่จะไม่ค่อยคุยตอบซะงั้น)
95. ไปดูหนังคนเดียว , เดินเล่นคนเดียว , ไปที่ชอบที่ชอบคนเดียว
96. บ่นเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้
97. ถ้าเป็นนานเกิน 1 วันจะเป็นนานต่อเนื่อง
98. จะปรึกษาใครสักคนถ้าจำเป็นจริงๆ
99. สมัยเด็กตัวเล็กมาก แต่เคยเป็นแชมป์กระโดดไกลของห้องนะ (สงสัยตัวเบา)
100. ชอบทำเป็นเหมือนว่าฟังรู้เรื่องเวลาคุยกับฝรั่ง

อีกซัก 4-5 ปีจะลองกลับมาเขียนใหม่ :P

เวลาผ่านไปซักพักแล้ว .. แต่ขอบันทึกเอาไว้หน่อยว่า ช่วงนึงในชีวิตเราเคย ...


มีมอเตอร์ไซด์วิ่งเย้วๆ รอบเมืองอยู่หลายเดือน

กลับบ้านพร้อมเพรียงกันทุกบริษัท ได้เห็นพระอาทิตย์ทุกวัน

เดินผ่านรถคุณตำรวจก่อนไปทำงาน


ถูกห้ามเดินไปตรงนั้นตรงนี้


ทำงานอยู่ จู่ๆ ก็ต้องกลับบ้านซะงั้น


ต่อแถวซื้อกับข้าวกับพี่ๆ ตำรวจและทหาร

ยืนรอรถเมล์กะพี่ๆ ทหาร


มีป้อมบางระจันทร์กลางเมืองให้ดูเล่น

ข้ามรั้วลวดหนามอย่างสนุกสนาน

รถติดถล่มถลายตอนเลิกงาน แต่หลังจากนั้นโล่งโจ้ง

ตอนเที่ยงต้องเดินผ่านม๊อบย่อยอีกกลุ่ม (เสียวระเบิดลงมาก)

นึกถึง Avatar

ได้เห็นโล่กันจราจรสุดเท่ห์ทุกวัน

เดินผ่านที่นอนของพี่ๆ ทหาร


ซุ้มขายของที่มีแต่สีแด๊งแดง


ดูทีวีช่องไหนก็เครียด จนต้องมาดูหลินปิงสร้างสมาธิ (ด้วยการนอน)

ต้องตะโกนดังๆ กว่า "กูเบื่อโว้ยยยย"


NoteGuestbook
   
evanescenceat wrote on Mar 7
แวะมาทักทายคะ

ไม่รู้จะยังจำกันได้หรือเปล่า แต่ช่วงนี้ออมห่างหายจาก multiply ไปนานมากกก ^^
ตอนนี้แอบไปเปิดบ้านเล็กๆหลังใหม่ไว้ที่ http://www.facebook.com/coffeoto
แวะเข้ามาพูดคุยและฝาก like กันด้วยนะค้า ^^
inkke32 wrote on Jan 30, '11
สวัสดีครับ แวะมาทักทายครับผม ^^'
khajochi wrote on Jul 2, '10
ขอเอาข้อมูลเกี่ยวกับ apple ส่วนหนึ่ง ไปใช้ในการนำเสนองาน ป.โทนะ
อาจารย์ให้พรีเซ้นต์เกี่ยวกับผู้นำบริษัท พอดีในกลุ่มเลือก apple กัน
เอาเลย ..​ มีอะไรถามได้ เรื่องแอปเปิลนี่เชี่ยวมาก
snowballs777 wrote on Jul 1, '10
ขอเอาข้อมูลเกี่ยวกับ apple ส่วนหนึ่ง ไปใช้ในการนำเสนองาน ป.โทนะ
อาจารย์ให้พรีเซ้นต์เกี่ยวกับผู้นำบริษัท พอดีในกลุ่มเลือก apple กัน
mookaw wrote on Feb 7, '10
วันก่อนที่ไปถ่าย CTW มา ได้เจอพี่เอ็มด้วยค่ะ .. ถ้าจำไม่ผิดนะ พี่เอ็มไปกับแฟน .. กำลังชี้โบ๊ชี้เบ๊ ให้แฟนยืนเป็นแบบอยู่ตรงแถว snowman ค่ะ ...
katai77 wrote on Jan 12, '10
สวัสดีค่ะ ^^

แวะมาเดินเล่น

อิอิ
massarin wrote on Sep 17, '09
โย่ see you
cherryjaja wrote on Sep 13, '09
วันนี้ได้จดหมายกับ postcard อีกอย่างละฉบับแหละ ดีใจที่สุดเลย

เห็นบอกว่าจีโน่ส่ง postcard หาเค้าด้วย อยากเห็นเร็ว ๆ จัง ^_^
massarin wrote on Aug 31, '09
Hello P'M eiei you look happy at Old trafford na ka eiei. Take care ka ^^
cherryjaja wrote on Aug 29, '09
บอลเริ่มเตะแล้ว รอดูแฟนในทีวีนะค่ะ ^_^
© 2012 Multiply · English · About · Blog · Terms · Privacy · Corporate · Advertise · API · Help · Sitemap

Template design Copyright © 2005 Remi Prevost Some rights reserved.